Another great RocketTheme Joomla Template brought to you by the RocketTheme Joomla Template Club.

User

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

ค้นหา

News



Stats

75226 กระทู้ ใน 1890 หัวข้อ
โดย 1601 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: yougo46
หน้า: 1 [2] 3  ทั้งหมด   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: บทกวี..มีชีวิต 2010  (อ่าน 980 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
กาซะมอน
พี่ น้อง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 875


" แล้วไงล่ะ ? "


« ตอบ #15 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2010, 10:04:27 AM »

เจค....นาวิกโยธิน ร่างกายอัมพาตครึ่งท่อน

ต้องมาปฏิบัติหน้าทีแทนพี่ชายฝาแฝด ซึ่งเสียชีวิต นาวิกโยธินคืออาชีพที่ต้องใช้พลังกาย

อยู่กับกฎระเบียบ ทำตามคำสั่งของเจ้านาย เมื่อได้อยู่ในร่างอวตาร เพื่อล้วงความลับ

แรกๆเขาก็ทำตามคำสั่ง แต่เมื่อเวลาผ่านไป การได้ใช้ชีวิตกับชาวนาวี

ซึงเป็นสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยอิสรภาพ เขาได้รับสอนถึงแง่มุมต่างๆของชีวิต

เริ่มเข้าถึงอิสระทีละน้อย เริ่มจากทางกาย เพราะร่างอวตารของเขาแข็งแกร่งและทรงพลัง

สิ่งแรกที่ชาวนาวี สอนเขา คือ การเป็นหนึ่งเดียวกับร่างกายของตัวเอง

เมื่อเป็นเช่นนั้น เขาก็จะใช้ร่างกายได้อย่างอิสระ แล้วอิสระทางใจก็จะบังเกิดเพียงนั้น


* 022_070[1].jpg (49.36 KB, 450x253 - ดู 107 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
กาซะมอน
พี่ น้อง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 875


" แล้วไงล่ะ ? "


« ตอบ #16 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2010, 10:05:45 AM »

เขาค่อยๆเข้มแข็ง ขึ้นทีละน้อย จนเกิดสำนึกของตัวเองขึ้นมา

และสำนึกนั้นก็บอกว่า เขาไม่อาจทรยศ ต่อชาวนาวี ผู้ซึ่งยอมรับและเชื่อใจในตัวเขา

แล้วเขาก็หลุดจากระบบเดิม สามารถแยกแยะระหว่าง

คำสั่งที่ไม่ถูกต้องกับสิ่งที่ควรทำด้วย มะโนธรรมในสำนึก

หัวหน้าของเจค มีแนวคิดอำนาจนิยม

สิ่งต่างๆสามารถสยบได้ด้วย อำนาจ

ซึ่งก็คือ อาวุธยุทโทปกรณ์ที่ทำลายล้างสูง แต่ละครั้งที่ออกคำสั่งให้โจมตี

เขาไม่มีความรู้สึกเชื่อมโยงกับสิ่งใด นอกจากทำให้จบๆ

แต่เมื่อทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่เห็น เมื่อต้องเผชิญกับ เจค ในร่าง อวตาร

เขาเย้ยหยัน เจค ว่า เป็นคนที่ ทรยศ ต่อเผ่าพันธุ์ของตัวเอง


* 104_020_x19F[1].jpg (56.86 KB, 450x254 - ดู 101 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
กาซะมอน
พี่ น้อง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 875


" แล้วไงล่ะ ? "


« ตอบ #17 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2010, 10:06:55 AM »

อวตาร ตามความเชื่อทางศาสนา

การแบ่งภาค การกลับมาเกิดในร่างใหม่ ซึ่ งการกลับชาติมาเกิด

ส่วนใหญ่ การอวตาร ของเหล่าเทพเทวา เพื่อมาช่วยเหลือมนุษย์

เหล่าเทพที่ อวตารลงมา เช่น พระนารายณ์ 10 ปาง อวตาร

ลงมาเป็นทั้ง ปลา เต่า หมู พราห์ม พระราม พระกฤษณะ พระพุทธเจ้า คนแคระ ซึ่ง

เป็นอะไรก็ได้ ในแง่ของความ มหาย " อวตาร" นั่นคือ การเป็นคนอื่น

เพื่อเข้าถึง หรือ เข้าใจในสิ่งอื่น เพราะมีแต่การเข้าถึงและเข้าใจ

จึงจะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริง และ อวตาร ยังหมายถึง

การออกจากตัวตนเดิมๆ หรือ ระบบเดิมๆของตัวเอง....


* 054_020_1F[1].jpg (47.6 KB, 450x254 - ดู 102 ครั้ง.)

* A-22236[1].jpg (59.52 KB, 450x300 - ดู 100 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
กาซะมอน
พี่ น้อง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 875


" แล้วไงล่ะ ? "


« ตอบ #18 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2010, 10:08:23 AM »

เจค มีคุณสมบัตืที่ทำให้ชาวนาวี ยอมรับ คือ ความมีจิตใจเข้มแข็งและไม่หวาดหวั่น

แม้นจะมองว่า เจคนั้น “โง่เขลา ราวกับเด็ก” แต่ยังเป็นคนที่สอนได้ เรียนรู้ได้

ความดีอกดีใจที่ชาวนาวีฆ่าสัตว์ป่าเพื่อช่วยเขาได้ ชาวนาวีบอกว่า มันไม่น่าดีใจเลย

แต่เป็นเรื่องที่ “น่าเศร้า” ต่างหาก

ชาวนาวี มีคุณสมบัติที่เป็นจุดเด่นคือ มีสายใยที่สามารถสัมผัสได้กับทุกสิ่ง

แม้นในยามที่เป็นผู้ล่า พวกเขาก็สัมผัสได้ถึงการเป็นผู้เสียสละของชีวิตนั้น

สื่อสัมผัสได้กับต้นไม้ ใบหญ้า ใช้หัวใจในการสัมผัสและปกป้องดินแดน

หรือเปิดความโง่เขลาที่มีในตัวเจค


* A-22339[1].jpg (79.98 KB, 350x525 - ดู 101 ครั้ง.)

* Avatar_Baner_2[1].jpg (30.27 KB, 400x274 - ดู 100 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
กาซะมอน
พี่ น้อง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 875


" แล้วไงล่ะ ? "


« ตอบ #19 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2010, 10:12:18 AM »

ชาวนาวีจึงมีวิถีที่แตกต่างจากมนุษย์ พวกเขาไม่ได้อยู่ในระบบตายตัว

แต่อยู่ได้ด้วยการรับรู้ประสบการณ์จากจิตใจของตัวเอง พวกเขาจึงสามารถเชื่อมโยงกับทุกสิ่ง แม้

แต่สัตว์ที่บังคับยาก ยังสามารถนำมาเป็นพาหนะ แต่มนุษย์เราก็ยินยอมที่จะอยู่ในระบบ และต้อง

จำกัดตัวเอง จนเป็นเหมือนอัมพาตครึ่งท่อน มนุษย์จะหลุดจากระบบได้ก็ต่อเมื่อ อวตาร

เป็นสิ่งอื่น ด้วยการเข้าใจจุดยืนและมุมมองของคนอื่นนั่นเอง คนที่เข้าอกเข้าใจคนอื่น มักจะได้

การยอมรับนับถือ เช่นเดียวกับเทพเจ้าที่เข้าใจความทุกข์ยากของมนุษย์ เช่นเดียวกับ เจค

ที่เข้าใจวิถีชีวิตของชาวนาวี ดังนั้นการแบ่งแยกด้วยเหตุผลใดๆ ล้วนแต่เป็นสิ่งที่เทพ หรือ คนที่มี

จิตใจประหนึ่งเทพจะข้ามพ้น เจค ยินดีสละร่างเดิม แล้ว อวตาร เป็น ชาวนาวีโดยสมบูรย์

เปลี่ยนสภาวะจากความเป็นเด็กไปเป็นผู้ใหญ่ เป็นการเปลี่ยนจิตสำนึกที่ละเล็กทีละน้อย



คนเราจึงแตกต่างกันเพียงคนที่ "สอนได้ "หรือ "เรียนรู้ได้ "

กับ คนที่" สอนไม่ได้" หรือ "เรียนรู้ ไม่ได้ "เท่านั้น





* IMG-2905-resize[1].jpg (16.57 KB, 333x500 - ดู 95 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
กาซะมอน
พี่ น้อง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 875


" แล้วไงล่ะ ? "


« ตอบ #20 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2010, 10:15:10 AM »

การประสบความสำเร็จในมุมมองของชาวตะวันออกโบราณ คือการพึ่งพาสติปัญญา

แต่อารยธรรมสมัยใหม่จะเน้นที่การใช้เทคโนโลยี หรือการเชื่อมั่นอำนาจตามแบบความคิดของตน

 เช่นหัวหน้าของ เจค หรือแม้แต่คนอื่นก็ตาม ก็จะมีเค้าโครงความคิดตามกรอบของตนเอง

เช่น นักนิเวศวิยา ก็ต้องการปกป้องรักษาธรรมชาติอย่างเดียว นักธุรกิจก็ต้องการผลประโยชน์อย่างเดียว

ใครอยู่ส่วนไหนก็คิดเฉพาะทำส่วนนั้น แล้วเชื่อมโยงถึงกันและกันไม่ได้ กลายเป็นปัญหาการแบ่งแยกและขัดแย้ง



อวตารหมายถึง การออกจากสิ่งเหล่านั้นมา ออกจากตัวตน ออกจากระบบ

ออกจากข้อจำกัด มาสู่การมีจิตสำนึกใหม่ที่ต่างจากเดิม

เพราะแท้จริงแล้วคนเราอาจทำอะไรได้อีกหลายๆอย่าง

หรือ อาจจะเข้าถึงพลังชีวิตของตัวเองได้มากกว่าเดิม



The End


* avtr3[1].jpg (27.29 KB, 289x417 - ดู 95 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
กาซะมอน
พี่ น้อง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 875


" แล้วไงล่ะ ? "


« ตอบ #21 เมื่อ: มีนาคม 16, 2010, 03:05:56 AM »

ลูกปลาในแอ่งน้ำ

สภาวะความแตกแยกในบ้านเราไม่เพียงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการเมืองเท่านั้น

 ยังทำให้สภาพจิตผู้คนอ่อนเปลี้ยไปด้วย เหนื่อยใจแล้วพลอยทำให้เหนื่อยกาย แล้วก็เหนื่อยใจต่อไปไม่สิ้นสุด

หลายวันนี้ผมถูกคลื่นข่าวการเมืองโหมซัดเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

 ในห้วงเวลาที่ใจเป็นเหน็บชาเช่นนี้ ผมเลือกที่จะหนีโลกแห่งความจริงไปยังอีกโลกหนึ่งผ่านเส้นสายนิวรอนในสมอง

 สะกดจิตตนเอง หวนระลึกถึงบางนาทีงดงามในอดีตที่เคยผ่านพบผูกพัน

ผมชอบโดยสารยานเวลากลับไปในอดีต ยุคที่ป่าไม้กินพื้นที่ 80 เปอร์เซ็นต์ของประเทศและรั้วบ้านแต่ละหลังไม่สูงเท่าเดี๋ยวนี้

ชาวราษฎร์ไม่รู้จักคำว่าแบ่งขั้ว ไม่มีสีเสื้อทางการเมือง ไม่มีบริโภคนิยม ชีวิตเลื่อนไหลไปอย่างเชื่องช้า

 สันโดษ เรียบง่าย มันเป็นโลกเล็กๆ ที่คนไทยเราลืมไปแล้ว

ยานเวลาพาผมกลับไปที่บ้านเกิดในอดีตในวันที่ฝนโปรยฟ้า หยดน้ำใสบริสุทธิ์ไร้มลพิษร่วงหล่นลงมาไม่ขาดสาย

ตั้งแต่เช้ายันค่ำ และตกต่อไปถึงเช้า ไม่นานรอบบ้านก็กลายเป็นบึง ยามกลางวันเป็น 'ทัวริสต์ แอ็ทแทร็คชั่น'

ของฝูงแมลงปอ ยามกลางคืนเป็นเวทีคาราโอเกะของฝูงอึ่งอ่างดังระงมทั้งราตรี วงดนตรีธรรมชาติที่งดงามที่สุด

เช้าวันหนึ่งหลังฝนหยุดแล้ว บางสิ่งทำให้ผมก้มลงมองดูแอ่งน้ำเล็กแอ่งหนึ่ง ลูกปลาน้อยสามตัวแหวกว่ายไปมาอย่างเริงร่าในแอ่งน้ำใสแจ๋ว

 เป็นอิสระเสรีในวิมานของพวกมัน ทั้งที่โลกของพวกมันกว้างยาวแค่ไม่กี่ฝ่ามือมนุษย์และลึกแค่ข้อนิ้ว

เวลานั้นผมยังเป็นเด็ก ไม่รู้อะไรทำให้ผมมองภาพนั้นด้วยความตื่นตา

หากการกลับชาติมาเกิดใหม่เป็นเรื่องจริง และหากพวกมันเกิดใหม่เป็นปลาอีก ป่านฉะนี้พวกมันก็คงเกิดใหม่มาแล้วหลายร้อยชาติ

 ลูกปลาสามตัวนั้นคงไม่มีทางรู้ว่าพวกมันยังมีชีวิตอยู่ในกล่องความทรงจำของผมจนบัดนี้!

โลกของพวกลูกปลาน้อยอาจกระจิริดเมื่อเทียบกับสเกลโลกของมนุษย์ แต่มันก็ใหญ่พอ

โลกของพวกมันอาจมีแต่ความว่างเปล่า แต่พวกมันก็ดูพอใจแค่นั้น ใช้ชีวิตเท่าที่มี ด้วยทรัพยากรเท่าที่มี และในเวลาเท่าที่มี

น่าเสียดายที่คนจำนวนมากไม่เคยเข้าใจวิถีชีวิตเรียบง่ายของลูกปลาในแอ่งน้ำ

 หลายคนจึงเลือกหนทางที่ยึดติดกับเปลือก จนลืมไปว่าขนาดของโลกไม่สำคัญเท่าความสุขยามอยู่ในโลกนั้น

โลกของเราใหญ่ไม่พอสำหรับคนที่ไม่เคยพอ...
บันทึกการเข้า
กาซะมอน
พี่ น้อง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 875


" แล้วไงล่ะ ? "


« ตอบ #22 เมื่อ: มีนาคม 16, 2010, 03:07:04 AM »


พวกเราหลายคนโชคดีที่ยังเหลือภาพสวยงามของอดีตในลิ้นชักความทรงจำ นึกถึงเด็กใน พ.ศ.

นี้เห็นแต่ภาพผู้ใหญ่ทะเลาะกัน แย่งชิงกัน เติมหัวใจด้วยความเกลียดชัง ความโลภ ความมืดบอด

เมื่อเด็กเหล่านี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า ในวันที่สภาพจิตแย่ ก็คงไม่มีภาพงดงามในวัยเด็กให้ขุดขึ้นมาหวนคำนึง

และหากมนุษย์คนหนึ่งไม่เหลือแม้แต่โลกในจินตนาการที่สามารถหนีไปหลบพักได้ยามเหนื่อยใจ ชีวิตในโลกนี้ยังจะมีความหมายอะไร?

โลกของคนก็ไม่ต่างจากโลกของลูกปลาในแอ่งน้ำนั้น ไม่แน่นอน ไม่ยืนยาว เมื่อแดดจ้าสาดส่อง

 น้ำในแอ่งเหือดระเหย โลกของพวกมันก็สิ้นสุดฉับพลัน แต่ห้วงยามสั้นๆ ที่พวกมันแหวกว่ายไปมาอย่างเสรีนั้นกลับเป็นอมตะตลอดกาล

เช่นเดียวกับลูกปลาสามตัวนั้น บางทีคุณค่าของเราแต่ละคนก็คือการยังคงดำรงอยู่ในความทรงจำที่ดีของผู้อื่น

ซึ่งในห้วงยามที่หงอยเหงา พวกเขาก็จะนั่งยานเวลากลับมาระลึกถึงเราพร้อมรอยยิ้ม

เพราะคุณค่าของชีวิตหนึ่งมิได้วัดกันที่ว่าเราอยู่ในโลกที่ใหญ่เพียงใด กอบโกยแย่งชิงมาได้มากเท่าไร

แต่ตรงที่เราเลือกใช้ชีวิตช่วงสั้นๆในโลกใบนี้อย่างไร และท้ายที่สุดแล้ว มีใครระลึกถึงเราหรือไม่ยามเราจาก 'แอ่งน้ำ' ของเราไป



วินทร์ เลียววาริณ
13 มีนาคม 2553

บันทึกการเข้า
กาซะมอน
พี่ น้อง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 875


" แล้วไงล่ะ ? "


« ตอบ #23 เมื่อ: เมษายน 26, 2010, 10:53:48 AM »

กตัญญู


ความกตัญญูที่ซุกเก็บไว้ภายในใจไม่มีความหมายนักหากไม่ตามมาด้วย 'กล่องของขวัญ'

ที่ทำให้พ่อแม่มีความสุข ข้อความภายใน 'กระดาษ' จะเป็นอะไรก็ได้ที่ทำให้ผู้บังเกิดเกล้าเป็นสุข

 และคุณก็รู้ดีที่สุดว่ามันควรเป็นอะไร

บางครั้งคนเป็นพ่อแม่ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าการที่ลูกเป็นคนดี ไม่ทำร้ายคนอื่นและสังคม

บางคนนอกจากจะไม่เคยให้อะไรแก่พ่อแม่ กลับสร้างภาระให้ อายุไม่น้อยแล้วแทนที่จะทำงานหาเงิน

ยังกลับไปแบมือขอเงินพ่อแม่ บางรายวางไข่แล้วยกลูกให้พ่อแม่เลี้ยง บางคนส่งพ่อแม่เข้าบ้านพักคนชราทั้งที่เลี้ยงพ่อแม่เองได้


มนุษย์เป็นสัตว์โลกที่มีความสามารถตอบแทนคุณ และนี่เป็นจุดที่ทำให้เราต่างจากก้อนหิน ต้นไม้ แบคทีเรีย เชื้อโรค


มองในสเกลที่ใหญ่กว่ามนุษย์ เราทุกคนยังมี 'แม่' ที่ยิ่งใหญ่กว่าแม่ทั้งปวง

 นั่นคือแผ่นดินแม่ แผ่นดินที่เราถือกำเนิด แผ่นดินที่เราเติบใหญ่ แผ่นดินที่ให้ข้าวให้น้ำใส่ปากเรา

หลายคนนอกจากจะไม่ทดแทนคุณแผ่นดินแล้ว ยังสามารถกระทำการทำลายแผ่นดินเกิดได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ประวัติศาสตร์จารึกตัวอย่างมากมายของคนอกตัญญูต่อแผ่นดินเกิด ล้วนมีจุดจบอนาถทั้งสิ้น

ทั้งนี้เพราะความกตัญญูเป็นมาตรที่ดีที่สุดในการวัดคุณค่าของมนุษย์

ดังที่ปราชญ์ชาวกรีกโบราณ ซิเซโร กล่าวไว้ราวหนึ่งร้อยปีก่อนคริสตกาลว่า

 "ความกตัญญูมิเพียงเป็นคุณธรรมที่ยิ่งใหญที่สุด หากยังเป็นต้นกำเนิดของคุณธรรมทั้งปวง"

คุณค่าของมนุษย์คนหนึ่งอยู่ที่การกระทำ การรู้คุณ การทดแทนคุณ

ปราศจากสิ่งเหล่านี้แล้ว มนุษย์คนนั้นก็มีค่าต่ำต้อยกว่าเชื้อโรค ...


* 1-99[1].jpg (99.86 KB, 800x514 - ดู 63 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 26, 2010, 10:57:12 AM โดย กาซะมอน » บันทึกการเข้า
เพียงพอ...?
มิตรแท้
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 410



« ตอบ #24 เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2010, 12:32:37 PM »

เก็บมาฝาก..


"ห้ามฉันพูด    ฉันก็จะพิมพ์ 

ห้ามฉันพิมพ์   ฉันก็จะเขียน

ห้ามฉันเขียน   ฉันก็จะยังคิด

หากจะห้ามฉันคิด  ก็ต้องห้ามลมหายใจฉัน"





สมบัติ   บุญงามอนงค์



บันทึกการเข้า
กาซะมอน
พี่ น้อง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 875


" แล้วไงล่ะ ? "


« ตอบ #25 เมื่อ: สิงหาคม 11, 2010, 08:59:26 AM »

..


* 37664_1451510061998_1660666097_1059930_4457556_n[1].jpg (67.66 KB, 700x525 - ดู 28 ครั้ง.)

* 38969_1451510862018_1660666097_1059932_6112313_n[1].jpg (83.48 KB, 700x525 - ดู 28 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
กาซะมอน
พี่ น้อง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 875


" แล้วไงล่ะ ? "


« ตอบ #26 เมื่อ: สิงหาคม 11, 2010, 09:01:14 AM »

 Smiley


* 38969_1451510902019_1660666097_1059933_5590683_n[1].jpg (83.55 KB, 700x525 - ดู 27 ครั้ง.)

* 38969_1451510942020_1660666097_1059934_4909873_n[1].jpg (99.5 KB, 700x525 - ดู 28 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
กาซะมอน
พี่ น้อง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 875


" แล้วไงล่ะ ? "


« ตอบ #27 เมื่อ: สิงหาคม 11, 2010, 09:02:13 AM »

 Smiley


* 38969_1451510982021_1660666097_1059935_29107_n[1].jpg (76.76 KB, 700x525 - ดู 26 ครั้ง.)

* 38969_1451511022022_1660666097_1059936_3278478_n[1].jpg (63.2 KB, 700x525 - ดู 26 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
กาซะมอน
พี่ น้อง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 875


" แล้วไงล่ะ ? "


« ตอบ #28 เมื่อ: สิงหาคม 11, 2010, 09:03:21 AM »

 Smiley


* 38969_1451511062023_1660666097_1059937_3620393_n[1].jpg (69.1 KB, 700x525 - ดู 24 ครั้ง.)

* 38969_1451511102024_1660666097_1059938_8184066_n[1].jpg (79.04 KB, 700x525 - ดู 24 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
กาซะมอน
พี่ น้อง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 875


" แล้วไงล่ะ ? "


« ตอบ #29 เมื่อ: สิงหาคม 11, 2010, 09:04:25 AM »

 Smiley


* 38969_1451511142025_1660666097_1059939_816455_n[1].jpg (67.71 KB, 700x525 - ดู 22 ครั้ง.)

* 38969_1451511222027_1660666097_1059941_5558357_n[1].jpg (79.06 KB, 700x525 - ดู 20 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 11, 2010, 09:06:06 AM โดย กาซะมอน » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3  ทั้งหมด   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: