Another great RocketTheme Joomla Template brought to you by the RocketTheme Joomla Template Club.

User

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

ค้นหา

News



Stats

97443 กระทู้ ใน 2300 หัวข้อ
โดย 1400 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: yindee
Thai Extremeตะลุยสุดขีด..มิตรภาพจริงใจOFF ROAD 4x4 ... ตะลุย สุดขีดรถ SUV เครื่องยนต์เบนซิน กับดีเซล แตกต่างกันอย่างไร
หน้า: [1] 2 3 4  ทั้งหมด   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: รถ SUV เครื่องยนต์เบนซิน กับดีเซล แตกต่างกันอย่างไร  (อ่าน 26465 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เคียงทะเล
Thai Extreme Blood
พี่ น้อง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6082



« เมื่อ: กันยายน 21, 2010, 09:33:12 AM »

ขอสอบถามเพื่อนๆ หน่อยครับว่า...

รถยนต์ประเภท SUV (เช่นฟอร์จูนเนอร์) ซึ่งจะมีให้เลือก 2 ประเภทเครื่องยนต์ คือ

1.เครื่องยนต์ดีเซล

2.เครื่องยนต์เบนซิน

***ทั้งสองประเภทนี้ มีข้อแตกต่างกันอย่างไร  มีข้อดี ข้อเสีย ของแต่ละประเภทอย่างไรบ้าง***


     ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
แมน ตะลุยดงหอย
Thai.Extreme.Blood
พี่ น้อง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 975


สิ้นเสียงชัตเตอร์ สิ่งที่เห็นก็เป็นภาพถ่าย


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 21, 2010, 11:25:49 AM »

รถกระป๋องๆแบบฟอร์จูนเนอร์ ผมไม่ค่อยรู้ข้อมูลครับพี่วิกกี้

แต่ถ้ารถหรูๆแบบคาริเบียน มีหลายท่านเลยล่ะ..5

รอท่านอื่นครับ..5 Grin Grin Grin
บันทึกการเข้า
พฤกษ์
Thai Extreme Blood
พี่ น้อง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4943


.


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 21, 2010, 11:26:58 AM »

วิชาการแบบนี้ต้องให้น้ำจู๋มาตอบให้ครับ
ระดับผู้ใช้แบบผมคำตอบยังคลุมเครือ เพราะว่าใช้ใช้เบนซิลก็บอกว่าดีกว่าดิเซล ใครใช้ดีเซลก็บอกว่าดีกว่าเบนซิล ความคิดเห็นผมนะ เบนซิลกะดีเซลเดี๋ยวนี้แยกกันไม่ออกแรงพอๆกัน รถเก๋งก็รถเก๋งเหอะ เจอกะบะดีเซลไปก็กินไม่ลงเหมือนกัน แต่ใช้ในป่าผมว่าดีเซลดีกว่าครับแรงมันดีกว่าเยอะ ทางเรียบผมก็ว่าเบนซิลดีกว่า
บันทึกการเข้า

คนพันธุ์ x ตะลุยสุดขีด...มิตรภาพจริงใจแหล่งรวมคนบ้าชิบหายไม่ว่าเอาหน้าไว้ก่อน
esso
พี่ น้อง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1516


ถึงภาพอดีตมันจะผ่านไป...แต่ก็ยังจะนึกถึงเสมอ


« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 21, 2010, 11:37:04 AM »

ไม่ค่อยรู้ครับ แต่ผมเห็น ส่วนใหญ่ที่เจอเห็นแต่ฟอร์จูนเนอร์เบนซิน ไปติดแก๊ส กันหมดเลย  ค่าเดินทางเลยถูกกว่า Grin Grin

บันทึกการเข้า
เทพยุทธ
Thai Extreme Blood
พี่ น้อง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 759



« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 21, 2010, 12:00:22 PM »

รถพวกนี้คันมันใหญ่พี่ ดีเซล ชัวร์กว่าพี่ แรงต้นดี ไม่จุกจิก
บันทึกการเข้า

ท่องไปตามใจฝัน....
The KOK
มิตรแท้
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 437


KEEP DIGGING


« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 21, 2010, 12:31:51 PM »

 Grin ด้วยความเคารพครับพี่ ข้อมูลทางเทคนิคไม่รู้ครับ รู้แต่กิน นม. ต่างกัน  Grin

  แต่ที่แน่ ๆ แรงบิดเยอะกว่า มาก่อน ขับมันกว่าครับพี่  Lips Sealed

 Kiss ฟอร์ดตัวใหม่ 380 น่ะ วีเอ็นด้วย กดบุบติดปั๊บ มันส์  Grin 

  มีแต่เรือหางสั้น ดำน้ำ บุง บุง   


* 1.jpg (102.91 KB, 1057x512 - ดู 8351 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 21, 2010, 12:33:38 PM โดย KIKKOK » บันทึกการเข้า
joy joy
พี่ น้อง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1276



« ตอบ #6 เมื่อ: กันยายน 21, 2010, 12:37:11 PM »

ซื้อมาขับทั้ง 2  แบบเลย  ..รู้จริง รู้ชัด แน่นอน..

จะได้ไม่รักพี่เสียดายน้อง..เสมอภาคและยุติธรรมที่สุด
 

บันทึกการเข้า
เคียงทะเล
Thai Extreme Blood
พี่ น้อง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6082



« ตอบ #7 เมื่อ: กันยายน 21, 2010, 01:32:32 PM »

ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็นครับ

ขอถามเพิ่มเติมดังนี้

1.เสียงของเครื่องยนต์ (ตอนสตารต์เครื่องทิ้งไว้โดยไม่วิ่ง  กะ ตอนวิ่ง) ดังแตกต่างกันเยอะมั้ย เคยได้ยินมาว่าเครื่องดีเซล เสียงดังกว่า

    เครื่องเบนซิน ไม่รู้ว่าแตกต่างกันแค่ไหน

2.การดูแล บำรุงรักษา ระหว่างเครื่องดีเซล กะ เบนซิน แตกต่างกันอย่างไร ชนิดไหนดูแลง่ายกว่า ค่าใช้จ่ายน้อยกว่า

3.เคยได้ยินมาว่า เครื่องยนต์ดีเซลของฟอร์จูนเนอร์ เป็น บล็อคเดียวกันกับ เครื่องยนต์ดีเซลของ แลนครุยเซอร์พราโด (Prado) รุ่นใหม่ปี 2010  

   ไม่ทราบว่าจริง เท็จ ประการใด คำว่าบล็อคเดียวกัน คือ เครื่องเดียวกัน เหมือนกันทุกประการใช่รึป่าว

  
4.ข้อนี้ถามพี่กาโม่โดยเฉพาะ ถ้าซื้อทั้ง 2 แบบ ขอยืมตังค์ได้รึป่าว
บันทึกการเข้า
esso
พี่ น้อง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1516


ถึงภาพอดีตมันจะผ่านไป...แต่ก็ยังจะนึกถึงเสมอ


« ตอบ #8 เมื่อ: กันยายน 21, 2010, 01:37:45 PM »

เสริมอีกนิด



1.ถ้าเปรียบเทียบเรื่องแรงบิด
- 2.7 แรงบิด 240-245 N.M รอบจำไม่ได้
- 3.0 แรงบิดที่ 345 N.M ที่ 2000 rpm
ทั้ง 2 ตัวนี้เครื่อง 3.0 ได้เปรียบกว่าค่อนข้างมากในเรื่องอัตราเร่งจะเห็นชัดเจนในช่วงต้น [ คือช่วงออกตัวเท่านั้น ] เรื่องนี้ 2.7 เป็นรองครับแต่หลังจากออกตัวไปแล้ว 2.7 จะได้เปรียบและขับสนุกสนานกว่ามาก ในช่วงใช้งานจริง แต่จะเป็นรองในเรื่องการคิกดาวน์ที่ต้องเรียกกำลังมาให้เร็วจะสู้ 3.0 ไม่ได้ในช่วงความเร็วปลายครับถ้าใช้ความเร็วสูง ๆ มาก และต้องการการเร่งแซงบ่อย ๆ ๆ จะเป็นรองในเรื่องนี้

2. แรงม้า
-2.7 มีแรงม้าที่ 160 แรงม้า
-3.0 มีแรงม้าที่ 163 แรงม้า
ถ้าดูจากตัวเลขนี้ 3.0 ได้เปรียบกว่าครับเพราะสามารถรีดแรงม้ามาได้มากกว่า ช่วงความเร็วปลายที่ไม่ใช่ความเร็วใช้งานจริงจนถึงสูงสุด 3.0 จะทำได้ดีกว่า
แต่ว่าในประเทศไทย 3.0 ดีเซลถูกตอนแรงม้าและเซทกล่องอีซียูไว้ที่ 163 แรงม้า เพราะเหตุผลเรื่องความปลอดภัยรวมถึงตลาดบ้านเราที่ไม่นิยมแบบนั้น เนื่องจากถ้าทำแรงม้าและเซทกล่องเหมือนที่ส่งขายในยุโรป รถวีโก้ดีเซลจะแดรกน้ำมันมากซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ไม่ชินค่าน้ำมันและค่าซ่อม

3.การออกแบบ
- 3.0 ดีเซลในด้านการออกแบบและดีไซน์ นี่เป็นเจนเนอร์เรชั่นที่ 2 ของโตโยต้าที่วางดีเซลคอมมอนเรลซึ่งจะลากยาวให้ได้บัดเจ๊ทคุ้มค่ากับที่ลงทุนไลน์ผลิต เครื่อง 3.0 ดีเซลจึงเป็นเครื่องที่ทันสมัยมากของดีเซลในยุคปัจจุบัน มีการออกแบบด้านวาล์วและฝาสูบ สารเคลือบต่าง ๆ จะทันสมัยกว่า 2.5 แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ค่าบำรุงรักษาจะสูงและน้ำหนักเครื่องยนต์ค่อนข้างมาก

-2.7 เป็นเครื่องยนต์เบนซินเวอร์ชั่นที่มีการออกแบบและพัฒนาใหม่หมดของ TOYOTA ซึ่งเปิดตัวในตลาดครั้งแรกเมื่อปลายปี 2004 เพื่อทำตลาดให้กับรถ Hulux Vigo Fortuner และรถตู้ commuter รุ่นต่าง ๆ ของ Toyota มีการผสมผสานกันระหว่างเรื่องแรงม้าและแรงบิดที่ค่อนข้างลงตัวในการนำมาลงกับรถ Hilux ในปัจจุบัน มีจุดเด่นที่การออกแบบบาล็นชาร์ฟคันเร่งไฟฟ้าและลิ้นปีกผีเสื้อไฟฟ้า ทำให้เครื่องยนต์มีรอบเดินเบาที่ต่ำมาก ๆ กว่าเครื่องยนต์สมัยก่อนและเสียงเงียบมากกับความสั่นสะเทือนต่ำ
นอกจากนี้ยังได้ออกแบไว้เพื่อรองรับการใช้เชื้อเพลิงในอนาคตไว้หลายประเภทอีกด้วย แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ทำเอาไว้รองรับตลาดต่างประเทศเป็นหลัก

บันทึกการเข้า
esso
พี่ น้อง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1516


ถึงภาพอดีตมันจะผ่านไป...แต่ก็ยังจะนึกถึงเสมอ


« ตอบ #9 เมื่อ: กันยายน 21, 2010, 01:38:20 PM »

       จุดเปรียบเทียบที่น่าสนใจในการซื้อมาใช้

1. ตลาด
เนื่องจากในประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคในการผลิตรถปิคอัพ 1 ตันให้ได้รับความนิยม ทำให้รถปิคอัพถึงแม้ว่าตั้งแต่ต้นปี 52 เป็นต้นไปการเติบโตจะลดลง ในส่วนของปิคอัพตามการคาดคะเนของบริษัทรถ แต่ว่าตลาดในไทยยังคงปิคอัพกันไปอีกนานแต่จะมีเก๋งเล็กมาแชร์ตลาดมากขึ้น
ถ้าคุณจะซื้อโฟร์วีล ระหว่าง 2.7 กับ 3.0 ต้องมองจุดอื่นต่อไปอีก

ยกเว้นถ้าจะซื้อพรีรันเนอร์ อันนี้เลิกคิดได้ เพราะตลาดกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบเป็นรายแรก

2. การขับขี่
เรื่องนี้มันเป็นฟิลลิ่งเฉพาะบุคคล เรื่องการขับขี่ต้องให้คุณไปลองขับขี่ด้วยตนเองเปรียบเทียบทั้ง 2 แบบว่าชอบฟิลลิ่งแบบไหนยังไง แต่การขับขี่ปกติในช่วงการใช้งานจริง 2.7 เบนซินมันจะได้เปรียบกว่า 3.0 ดีเซลชัดเจน
เนื่องจากคูณสมบัติของเครื่องเบนซินมันเงียบและสั่นสะเทือนน้อยกว่า และยิ่งเป็น 2.7 ตัวนี้แล้วที่มีความทันสมัยค่อนข้างมากแล้วจะยิ่งเห็นชัดเจนกว่าการเก็บเสียงจะทำได้ดีกว่ามากการขับจะทำให้สบายไม่ค่อยเมื่อยล้าหรือเครียดเวลาขับทางยาว ๆ จะให้ความสุนทรีย์มากว่า
ในขณะที่ดีเซล 3.0 เสียงดังกว่า ช่วงความเร็วสูงก็จะได้ยินเข้ามาชัดเจนมากและสั่นสะเทือนตามธรรมชาติดีเซลที่ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องเป็นแบบนี้ ถึงแม้ว่าดีเซลตัวนี้จะทันสมัยมากแต่ว่ายังไงและออกแบบมารับกับรถยนต์นั่งมากขึ้นก็ตาม
แต่คุณสมบัติยังไงก็สู้เบนซินไม่ได้อยู่ดี เพราะเบนซินมันถูกออกแบบให้สอดคล้องลงตัวกับยานยนต์ส่วนตัวมากที่สุด


3. การขับขี่แบบออฟโรด
ทั้ง 2.7 และ 3.0 ไม่มีปัญหากับการชับขี่แบบออฟโรดแต่อย่างใดเนื่องจากแรงบิดของเครื่องยนต์ 2.7 และ 3.0 ต่างก็มีแรงบิดที่มหาศาลทั้ง 2 ตัว ถ้าเทียบกับเครื่องยนต์อื่น ๆ แต่ว่า 2.7 จะด้อยกว่า 3.0 เท่านั้น
เมื่อนำไปใช้งานจริงจึงไม่เห็นข้อด้อยตรงนี้กัน เพราะสามารถใช้ได้ดีทั้งคู่
ขอยกตัวอย่างอาจารย์เทพ ลูกปลาเก๋า ที่ใช้ 2.7 NGV ก่อนหน้านี้ไม่ได้ติด TAP ด้วยซ้ำอัตราเร่งหายไป 10 -20% แต่ออฟโรดสบายมาก อยู่ที่วิธีการขับไม่ได้อยู่ที่ว่าบ้าพลัง

4.เรื่องความทนทาน
ทั้ง 2 ตัวมีจุดเด่นต่างกัน

2.7 มีความทนทานสูงเนื่องจากเป็นเครื่องยนต์เบนซินที่ถูกออกแบบมาเพื่อวางลงในปิคอัพและเอสยูวีโดยเฉพาะและถูกออกแบบให้รับกับเชื้อเพลิงหลายชนิด
และน้ำมันให้ใช้ได้ตั้งแต่ออกเทน 91 ขึ้นไป อายุการใช้งานของเครื่องยนต์ เกิน 5 แสนกิโลเมตรแน่นอนถ้าไม่เก่าเกินไปและบำรุงรักษาถูกต้อง

3.0 เครื่องดีเซลโดยปกติจะมีความทนทานสูงกว่าเบนซินอยู่แล้วเพื่อรองรับการใช้งานหนัก โดยปกติแล้วอายุการใช้งานเกิน 1 ล้านกิโลเมตรขึ้นไป ถ้าไม่เก่าเกินไปและบำรุงรักษาถูกต้อง แต่อย่างไรก็ดีเนื่องจากเครื่องยนต์มีระบบอิเล็กทรอนิกส์ กลไกมีความละเอียดที่สูงขึ้น จุดลิ้งค์ต่อโยงและอุปกรณ์มากขึ้นทำให้พบว่าต้องมีการ บำรุงรักษาที่มากขึ้นซ่อมเร็วกว่ากำหนด

5. ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา
2.7 จะมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาโดยรวมที่ต่ำกว่าค่อนข้างชัดเจน เนื่องจากถูกออกแบบมาเพื่อสำหรับใช้ในรถปิคอัพที่วิ่งอยู่ในพื้นที่ทุรกันดารในตะวันออกกลางและออสเตรเลียอยู่แล้ว ไม่ต้องมีภาระในการเปลี่ยนสายพานราวลิ้น หรือซ่อมบำรุงตั้งวาล์วหรือดูแลในจุดอื่นๆ แต่อย่างใด เพียงแต่ทำการเปลี่ยนกรองอากาศและหัวเทียนตามตารางการใช้งานเท่านั้น

3.0 โดยมากเครื่องดีเซลจะทนทานตามธรรมชาติอยู่แล้วแต่การที่มีอุปกรณ์เยอะ ๆ ทำให้เกิดปัญหาได้เช่นกัน
ถ้ามีภาระเรื่องซ่อม 3.0 มีค่าใช้จ่ายในการซ่อมอยู่ในเกณท์ที่สูงมาก และยังมีภาระเรื่องเปลี่ยนสายพานราวลิ้น กรองดีเซล ที่เป็นจุดประจำอีกตรงจุดนี้ 3.0 จะเสียเปรียบมากกว่า


6. การกินน้ำมัน
-2.7 เป็นเบนซิน เสียเปรียบดีเซลที่ประหยัดกว่า
2.7 เบนซินกินน้ำมัน 8-9 km/l นอกเมือง
และ 6-7 km/l ในเมือง

-3.0 เกียร์ออโตเหมือนกัน จะกินน้ำมัน 10-12 km/l นอกเมือง
และในเมือง 8-10 km/l





7.ราคาความคุ้มค่า
- 2.7 โดยปกติถ้าเป็นรถรุ่นเดียวกันอ๊อพชั่นเท่ากัน 2.7 จะมีราคาถูกกว่าดีเซล 1 แสนบาท ตรงจุดนี้เป็นข้อได้เปรียบกว่าชัดเจนมาก
ถ้าเป็นราคาขายต่อมือ 2 โดยมากแล้ว 2.7 เป็นรถที่ราคาไม่ตกขายต่อได้ราคาดีเป็นจุดที่ได้เปรียบกว่ามาก

-3.0 ถ้าเป็นดีเซล 3.0 ราคาตอนซื้อจะแพงกว่า 1 แสนบาท ราคาขายต่อตกมากกว่า 2.7 เยอะ
ยิ่งถ้าเป็นรถพรีรันเนอร์แล้วราคาขายหายไปมาก
บันทึกการเข้า
The KOK
มิตรแท้
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 437


KEEP DIGGING


« ตอบ #10 เมื่อ: กันยายน 21, 2010, 02:14:40 PM »

ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็นครับ

ขอถามเพิ่มเติมดังนี้

1.เสียงของเครื่องยนต์ (ตอนสตารต์เครื่องทิ้งไว้โดยไม่วิ่ง  กะ ตอนวิ่ง) ดังแตกต่างกันเยอะมั้ย เคยได้ยินมาว่าเครื่องดีเซล เสียงดังกว่า

    เครื่องเบนซิน ไม่รู้ว่าแตกต่างกันแค่ไหน   Grin ตอนจอด ดีเชลย่อมดังกว่าอยู่แล้ว ถ้าจะเอาเข้าบ้านเงียบ ก้อไฮบริดไปเลยครับพี่ได้ยินแต่เสียงพัดลมไฟฟ้า  Smileyวิ่งเร็ว ๆ ได้ยินแต่เสียงลม กะเสียงยางขบกะถนน กะเสียงเพลงในรถ บรรยากาศก้อคงเหมือนเดิม อิ อิ
2.การดูแล บำรุงรักษา ระหว่างเครื่องดีเซล กะ เบนซิน แตกต่างกันอย่างไร ชนิดไหนดูแลง่ายกว่า ค่าใช้จ่ายน้อยกว่า  Undecided ไม่รู้ไม่ค่อยเข้าศูนย์  Grin

3.เคยได้ยินมาว่า เครื่องยนต์ดีเซลของฟอร์จูนเนอร์ เป็น บล็อคเดียวกันกับ เครื่องยนต์ดีเซลของ แลนครุยเซอร์พราโด (Prado) รุ่นใหม่ปี 2010 

   ไม่ทราบว่าจริง เท็จ ประการใด คำว่าบล็อคเดียวกัน คือ เครื่องเดียวกัน เหมือนกันทุกประการใช่รึป่าว ทีเอ็กซ์ ทีแซดไม่รู้จัก ต้องถามช่าง รู้แต่ว่า พวกซื้ออัลติสมา อีกสองสัปดาห์มีตัวใหม่ออก เชลล์ไม่บอกสุดยอดเลยคร้าบบบบบบบบบบ 

 
4.ข้อนี้ถามพี่กาโม่โดยเฉพาะ ถ้าซื้อทั้ง 2 แบบ ขอยืมตังค์ได้รึป่าว

 Grin ไม่สนน้องปา น้องมิว บ้างหรือครับพี่ ใจรักโตต้าจริง ถ้าจะเอาประหยัด นม. ก้อดมแก็สเลยครับ อยากถึงเร็วก้อบอกคนขับ เร็วหน่อย  Lips Sealed
บันทึกการเข้า
joy joy
พี่ น้อง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1276



« ตอบ #11 เมื่อ: กันยายน 21, 2010, 04:43:58 PM »

ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็นครับ

 
4.ข้อนี้ถามพี่กาโม่โดยเฉพาะ ถ้าซื้อทั้ง 2 แบบ ขอยืมตังค์ได้รึป่าว


อ้าว..ไม่เชื่อกันอีก เด๋วบ่นเสียดายตามหลัง  ถ้ารู้อย่างนี้.บราๆๆ..
ยืมเท่าไหร่จัดให้..เหลืออยู 2 กระสอบพอดีเด๋วฝากสิบล้อไป...ขอกระสอบคืนด้วยน่ะ
บันทึกการเข้า
เคียงทะเล
Thai Extreme Blood
พี่ น้อง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6082



« ตอบ #12 เมื่อ: กันยายน 21, 2010, 07:02:09 PM »

วิชาการแบบนี้ต้องให้น้ำจู๋มาตอบให้ครับ
ระดับผู้ใช้แบบผมคำตอบยังคลุมเครือ เพราะว่าใช้ใช้เบนซิลก็บอกว่าดีกว่าดิเซล ใครใช้ดีเซลก็บอกว่าดีกว่าเบนซิล ความคิดเห็นผมนะ เบนซิลกะดีเซลเดี๋ยวนี้แยกกันไม่ออกแรงพอๆกัน รถเก๋งก็รถเก๋งเหอะ เจอกะบะดีเซลไปก็กินไม่ลงเหมือนกัน แต่ใช้ในป่าผมว่าดีเซลดีกว่าครับแรงมันดีกว่าเยอะ ทางเรียบผมก็ว่าเบนซิลดีกว่า

ป๋า..

60 ของป๋า เครื่องเบนซิน หรือ ดีเซล

PRADO ตัวใหม่ ปี 2010 เครื่องเบนซิน 2700 cc  กะ  เครื่องดีเซล 3000 cc  ตัวไหนน่าสนใจกว่ากัน
บันทึกการเข้า
เคียงทะเล
Thai Extreme Blood
พี่ น้อง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6082



« ตอบ #13 เมื่อ: กันยายน 21, 2010, 07:08:16 PM »

ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็นครับ

ขอถามเพิ่มเติมดังนี้

1.เสียงของเครื่องยนต์ (ตอนสตารต์เครื่องทิ้งไว้โดยไม่วิ่ง  กะ ตอนวิ่ง) ดังแตกต่างกันเยอะมั้ย เคยได้ยินมาว่าเครื่องดีเซล เสียงดังกว่า

    เครื่องเบนซิน ไม่รู้ว่าแตกต่างกันแค่ไหน   Grin ตอนจอด ดีเชลย่อมดังกว่าอยู่แล้ว ถ้าจะเอาเข้าบ้านเงียบ ก้อไฮบริดไปเลยครับพี่ได้ยินแต่เสียงพัดลมไฟฟ้า  Smileyวิ่งเร็ว ๆ ได้ยินแต่เสียงลม กะเสียงยางขบกะถนน กะเสียงเพลงในรถ บรรยากาศก้อคงเหมือนเดิม อิ อิ
2.การดูแล บำรุงรักษา ระหว่างเครื่องดีเซล กะ เบนซิน แตกต่างกันอย่างไร ชนิดไหนดูแลง่ายกว่า ค่าใช้จ่ายน้อยกว่า  Undecided ไม่รู้ไม่ค่อยเข้าศูนย์  Grin

3.เคยได้ยินมาว่า เครื่องยนต์ดีเซลของฟอร์จูนเนอร์ เป็น บล็อคเดียวกันกับ เครื่องยนต์ดีเซลของ แลนครุยเซอร์พราโด (Prado) รุ่นใหม่ปี 2010 

   ไม่ทราบว่าจริง เท็จ ประการใด คำว่าบล็อคเดียวกัน คือ เครื่องเดียวกัน เหมือนกันทุกประการใช่รึป่าว ทีเอ็กซ์ ทีแซดไม่รู้จัก ต้องถามช่าง รู้แต่ว่า พวกซื้ออัลติสมา อีกสองสัปดาห์มีตัวใหม่ออก เชลล์ไม่บอกสุดยอดเลยคร้าบบบบบบบบบบ 

 
4.ข้อนี้ถามพี่กาโม่โดยเฉพาะ ถ้าซื้อทั้ง 2 แบบ ขอยืมตังค์ได้รึป่าว

 Grin ไม่สนน้องปา น้องมิว บ้างหรือครับพี่ ใจรักโตต้าจริง ถ้าจะเอาประหยัด นม. ก้อดมแก็สเลยครับ อยากถึงเร็วก้อบอกคนขับ เร็วหน่อย  Lips Sealed


ขอบคุณครับ ตอบคำถามได้ชัดเจน เห็นภาพ และได้ยินเสียงชัดเลยครับ

ช่วยหาข้อมูลของเครื่องยนต์ TX   TZ  ให้น้องเคียงหน่อยนะครับพี่ก๊อก
บันทึกการเข้า
เคียงทะเล
Thai Extreme Blood
พี่ น้อง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6082



« ตอบ #14 เมื่อ: กันยายน 21, 2010, 07:10:24 PM »

ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็นครับ

 
4.ข้อนี้ถามพี่กาโม่โดยเฉพาะ ถ้าซื้อทั้ง 2 แบบ ขอยืมตังค์ได้รึป่าว


อ้าว..ไม่เชื่อกันอีก เด๋วบ่นเสียดายตามหลัง  ถ้ารู้อย่างนี้.บราๆๆ..
ยืมเท่าไหร่จัดให้..เหลืออยู 2 กระสอบพอดีเด๋วฝากสิบล้อไป...ขอกระสอบคืนด้วยน่ะ


เออดีนะ สามีขับสิบล้อ  ภรรยาขายถ่าน 555   Grin
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 4  ทั้งหมด   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: